2006/May/15

ไปงาน hide tribute spirit (ชื่อนี้หรือเปล่าหว่า?)
สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่สุดเลย
เพื่อนสมัย ม.ปลาย ชวนให้ไปดูคอนเสริต บอกว่าจะเล่นเพลงของ X JAPAN ที่ ROCK PUB ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. เราก็เออ...แฮะ ยังไม่เคยไปเลย ขอไปเปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะ
เราไปถึงสถานี BTS ราชเทวี ตอนบ่ายสองโมง ก็คิดๆอยู่ว่า ไอ้ ROCK PUB นั่นหนะอยู่ไหน แต่ว่าเราได้ยินเสียงกลองลอยมาไกลๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นเสียงอะไรก็ไม่รู้ เงี่ยหูฟังนิดหนึ่งก็รู้ว่าเป็นเสียงกลองที่ไม่ใช่เสียงกลองเพลงธรรมดา เพราะมันอัดแน่นมากๆ ก็มีอยู่วงเดียวนั่นแหละเจ้าค่ะ ที่กลองอัดแน่นถึงเพียงนี้ (เท่าที่เรารู้จักนะ) จะเป็นใครไปได้อีกเล่า นอกจาก X JAPAN ที่เพื่อนเราบอกว่าจะเล่นเพลงเขาหนะสิ
เดินตามเสียงไปครับผม
และแล้วก็พบจนได้ อยู่แถวๆนั้นแหละ เจอเพื่อนอยู่ข้างหน้า PUB นั่นแหละ เหอ เหอ พี่แกเพิ่งเล่นเสร็จพอดีเลย...แหงะ แต่ว่าเขาบอกว่าตอนห้าโมงจะเล่นอีกรอบ
พอเปิดประตูเข้าไป แม่เจ้า!! เสียงดังสุดๆไปเลย อยู่บนโลกมายี่สิบกว่าปี เจอเสียงดังที่สุดก็หนนี้แหละ เอาก็เอา อยู่บ้านไม่เคยฟังเพลงเสียงดังๆ เพราะเพื่อนบ้านจะว่าเอา ก็ดีเหมือนกัน
เราเดินไปที่หน้าเวที แล้วก็แย้วๆ บางเพลงเราไม่ค่อยรู้จัก แต่ขอสนุกด้วยคนก็แล้วกัน เราร้องเพลงญี่ปุ่นได้แบบดำน้ำแล้วจมดิ่งไปเลย ได้แต่ร้องงึมๆงำๆ นี่นะ ถ้าร้องได้จริงๆนะ เราจะแหกปากให้ดังๆไปเลย เราว่าถ้าร้องได้น่าจะสนุกขึ้น
วงนี้กำลังเล่นอยู่พอดีเลย ทันได้ฟังเพลงกรูเมลัล สกาย (ขี้เกียจเปิดดิกส์) ของ MIKA ดูวงนี้มีความพยายามมากๆจนน่าชมเชยเลยหละ แล้วก็ร้องเพลง WEEKEND ได้ดีมากๆเลย ทุ่มเทจริงจังจนประทับใจ
มีอยู่วงหนึ่งร้องเพลงของฮิเดะซังได้โดนใจมาก เสียงเขาดีจังเลย นักร้องน่าจะเป็นพี่เจเจเพราะใครๆก็เรียกว่าอย่างนี้นี่เนอะ พี่ฮะ เนตะระซูฮกพี่จริงๆ เสียงดีมากๆทำให้เราเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงร้องเสียงแหบๆได้ด้วย เวลาพี่ร้องจบหนึ่งเพลงก็จะหันหลังไปดูรูปฮิเดะหนึ่งที ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นเนตะระ คงจะต้องบอกว่า ร้องเพลงให้ฮิเดะซังฟังแน่ๆเลย ให้พลังให้หนูด้วย
วงถัดไปตลกดี ใส่ชุดปิกะจู้ออกมาร้องเพลงด้วย เขาขี้เล่นดีนะ ชอบเพลง pink spider มากเลยเจ้าค่ะ ตรงท่อนฮุคเหมือนเป็นระเบิดเลย ตูม!! ดูบ้าๆบอๆ entertain ดีเยี่ยม!! ดูแล้วมีความสุขสนุกสนานดีแท้
เอ่อ และแล้วก็ถึงวงที่ออม เพื่อนของเราเล่น ออมเล่นเปียโน โห เพลง Silent Jealousy มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไล่นิ้วอุตลุด ขนาดเราอุตส่าห์แอบตัดให้สั้นแล้ว เรายังเล่นไม่ได้เลย แต่ออมเล่นได้หน้าตาเฉย (ฮือๆ ต้องฝึกฝนอีก- -เพลงนี้เล่นสนุก กระแทกจนตายไปเลย- -ไม่เป็นศิลปินเลย ยัยป่าเถื่อน)
เอ่อ จริงด้วยหละ คนตีกลองนี่นะ พอโดนจับแต่งตัวดีๆนี่เหมือนอีตาโยเลย วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เชิงว่าเหมือน แต่มู้ดได้นะ ดูแล้วขำดี แต่ที่แน่ๆพี่แกตีกลองได้เหมือนในเทปเลยหละ เหงื่อท่วม แม่เจ้า! เก่งจังเลยฮะ น้องเราบอกว่านักร้องรับเชิญที่มาร้องเพลง Crucify My Love เสียงคล้ายอีตาโทชิมากๆ
เพลงสุดท้ายที่เราฟังคือเพลง X ว้าว กระโดดกันสุดๆ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้โดดแบบนี้ในคอนเสริตอีกแล้วนะเนี่ย เราว่าเพลงของ X JAPAN ฟังแล้วดิ้นยาก เพราะกลองถี่เหลือเกิน ไม่รู้จะเต้นอย่างไรให้มัน นอกจากจะขย่มหัวท้ายมบาล (เราขย่มหัวมากจะล้ม เขย่าแรงเกิน กลัวมันสมองไม่กระฉอกออกมา) เราเขย่าทั้งตัว หัวจรดเท้าเลย ให้มันตายไปกันข้าง
ท้ายที่สุดหลังจากคอนเสริตจบแล้ว เรากังวลอยู่เรื่องเดียว นั่นคือ เราสวมรองเท้าบู้ตคู่เก่งไป ปกติรักมาก แต่หนนี้ตอนดิ้นไปกับความบ้าคลั่ง ขย่มหัวไม่ได้ ไม่เป็นไร กระทืบเลยแล้วกัน สุดเหวี่ยงไปเลย (แต่เต้นสู้ตอนที่ไปฟัง futon ที่งาน FAT ไม่ได้ เพราะในงาน FAT คนแน่นมากๆ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่า ถ้าล้มจะล้มลงไปกับพื้น คนเยอะอย่างนั้น ก็ล้มทับคนอื่น)
ฮูล่า มันส์จริงๆ เล่นเอาวันนี้ปวดไปหมดเลย
ต้องขอบคุณทุกๆคนเลยนะที่ทำให้มีงานนี้ขึ้นมาหนะ ซาบซึ้งจริงๆนะ ถ้าเป็นปกตินิ้วเราจะติดมอเตอร์ถ่ายรูปไม่อั้น แต่ทว่าขอดิ้นก่อนแล้วกันนะ มีรูปนิดๆหน่อย เอาไปดูพอหอมปากหอมคอแล้วกันนะ
อีกสิบปีจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ? แต่ที่แน่ๆเราจะมีห้องดนตรี เก็บเสียงจริงๆจังๆให้ได้
(จะเล่นทีไรเกรงใจเพื่อนบ้านทุกทีเลย)

edit @ 2006/05/15 21:45:22

2006/May/05

London Philharmonic ว้าว ไพเราะจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยฟัง London Philharmonic Orchestra เล่นเพลงของ X JAPAN จำได้ว่าตอนนั้นซื้อเป็นเทปผี ฟังแล้ว โห สุดยอดจริงๆ เล่นเอากินไม่ได้นอนไม่หลับ เลยเดินไปซื้อซีดีมาซะงั้นหนะ

ตอนนั้นสำหรับเด็กที่ได้เงินอาทิตย์ละนิดละหน่อยนี่มันกัดฟันซื้อจริงๆนะ

จนวันนี้เราได้ฟังเพลงของ Pink Floyd เล่นโดย London Philharmonic Orchestra อีกครั้ง แม่เจ้า เพราะนรกเลย! เราว่ามันเกี่ยวกับว่าเป็นนักดนตรีกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า ถึงรู้สึกว่าได้กลิ่นคล้ายๆกัน เรายังไม่เคยฟังเพลงของ Pink Floyd มาก่อน แต่เราว่าเป็นเพราะคนเล่นเป็นกลุ่มเดียวกันนี่แหละ

ก็เลยสรุปเอาดื้อๆ โดยไม่ research ค้นคว้าว่า เป็นเพราะวงนี้เล่นไพเราะ ถูกจริตเรานั่นเอง

เพราะมากๆ จนเก็บไว้คนเดียวไม่ได้ ลองฟังดู เผื่อท่านจะชอบนะ

http://nate.wiphulab.com/musica/london_phil


edit @ 2006/05/07 11:55:35

2006/May/03

เอาเรื่องสั้นที่ทำให้เราเขียนเสร็จแล้วเกิดอาการหลอนไปอ่านนะ ความจริงมันไม่สั้นนักหรอกนะ- -อืมม์ ความจริงเรากะว่าจะเขียนสั้นๆ แต่ว่าคีย์บอร์ดมันกดสนุกจริงๆ ยิ่งดึกๆแล้วเกิดนอนไม่หลับ แต่เล่นเปียโนะโก๊ะมิได้เนี่ย (เราไม่อยากจะพิมพ์ว่าเปียโน เพราะเราเล่นเปียโนเหมือนไม่ใช่เปียโนยังไงก็ไม่รู้ บวกกับเรียกด้วยความรักหนะ)

312

312 ไม่มีอะไรประหลาดมหัศจรรย์ไปมากกว่าที่รู้ ถ้าทั่วๆไป 312 ก็คือจำนวนสามร้อยสิบสอง ถ้าเป็นรหัสก็คือรหัสเลขสามตัว ซึ่งไม่ดีนักกับการเป็นรหัส เพราะเป็นเลขเรียงกันสามตัว เอามาเรียงสลับกัน ง่ายต่อการเดาเกินไป แต่ในที่นี้ 312 เป็นตัวเลขหน้าห้องพักในโรงแรม เลข 3 ตัวหน้าบอกว่าอยู่ชั้นสาม ส่วนเลข 12 บอกว่าเป็นห้องที่เท่าไหร่ในชั้นนั้น ซึ่งบอกพนักงานได้ว่าควรจะเลี้ยวไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อจะได้ไปบริการได้ถูกต้องและรวดเร็ว เข้าใจคิดจริงๆนะ เรื่องระบบหนะ แต่สำหรับพวกเรา มันไม่มีประโยชน์อะไรมาก รู้แต่ว่า เดินออกจากลิฟต์แล้วเดินเลี้ยวซ้ายก็จะเป็นห้องที่สองจากทางเดินกลางและไม่เคาะห้องผิดก็พอ

เรื่องที่เราไม่รู้มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกโรงแรมสั่งให้พนักงานจับตามองห้องนี้เป็นพิเศษ เพราะมันอยู่ใกล้ทางหนีไฟ คนมักจะค้างคืนแล้วเผ่นหนีออกไปในตอนเช้า เบี้ยวค่าห้องอยู่บ่อยครั้ง เป็นเรื่องที่โรงแรมต้องพบบ่อยๆอยู่แล้ว ส่วนอีกเรื่องเป็นเรื่องไม่ธรรมดาไม่งั้นคงไม่เอามาเขียน

เรื่องที่ไม่ธรรมดาที่สุดไม่จำเป็นต้องไปมีสถานที่เป็นหุบเขาในหิมาลัยอันเย็นเยือก แต่อาจเกิดในห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆที่มีห้องน้ำในตัวได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกิดในห้องธรรมดาที่มีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นซ้ำๆอยู่จนกลายเป็นคราบฝังแน่น ขัดล้างอย่างไรก็ไม่อาจออกไปได้...

------------------------------------------------------------------------------------

คำบอกเล่าของผู้อยู่ก่อน

<ยามดึกดื่นคืนค่ำ เราสองนั่งอยู่บนเตียงในโรงแรม มองศีรษะของคนสามคนที่กองอยู่บนพื้นด้วยสายตาไร้จุดหมาย สมองไร้ความคิดคำนึงใดใด ทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น พื้นสะอาดปราศจากเลือด เครื่องเรือนอยู่ในตำแหน่งของมัน ผ้าคลุมเตียงยังเรียบสนิท ถ้าไม่มีหัวพวกนั้นอยู่ ก็เหมือนเราสองคนเพิ่งเดินเข้ามาในห้องที่โรงแรมเพิ่งเปิดให้เมื่อสองนาทีที่แล้วไม่ขาดไม่เกิน>

<เราเหม่อมองเนิ่นนาน ความคิดในหัวพลันแล่นพรึบ>

<...ใคร?>

<ถ้าไม่ใช่ฉันก็ต้องเป็นแก>

<แต่ที่แน่นอนคือไม่ใช่ฉัน>

<ร่างกายเริ่มเกร็ง...ถ้าไม่ลงมือ มีหวังดับสิ้นดั่งพวกที่กองอยู่นั้น เราสองเคลื่อนไหวพร้อมเพรียง มือคว้าลำคออีกฝ่ายบีบสุดกำลัง ร่างทั้งสองดิ้นขลุกขลักกันอยู่บนเตียง กระแทกผนังโครมครามหลายครั้ง โทรศัพท์ห้องในโรงแรมดังหลังจากนั้นไม่นาน ตามด้วยเสียงเคาะผนังจากห้องข้างๆอย่างเหลืออด บอกให้เบาลงหน่อย>

<ลมหายใจชะงัก เราสองดับดิ้นในห้องโรงแรม>

<ไม่ฉันก็แกเป็นฆาตกร>

<แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้วหวะ>

<ใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง รวบรวมหัวทั้งสองที่กองอยู่ที่พื้นใส่เข้าในถุงพลาสติกอย่างช้าๆและทะนุถนอม แล้วยัดส่งๆเข้าใต้เตียง...>

วันถัดไป

ฉันนั่งแคะหูอยู่ในห้องพักโรงแรม บอกตามตรงว่าฉันไม่ชอบเลย ฉันรู้ว่าฉันได้ยินเสียงใครกระซิบกระซาบเล่าเรื่องอะไรก็ไม่รู้อยู่ข้างหู พูดแค่คำว่าเรา เราและเรา เออ...เราของพวกแก อย่ารวมฉันเข้าไปด้วยนะโว้ย เดี๋ยวสวย ฉันยังไม่อยากจะเป็นพวกเดียวกับแกตอนนี้ น่ารำคาญจริงๆกับการที่เหมือนมีหูมากกว่าคนอื่นอยู่ข้างหนึ่งมักจะได้ยินอะไรที่คนอื่นไม่ได้ยิน จะว่าเหมือนแมวหรือหมาก็ไม่เชิง ฉันไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉันคงไม่มีทางเป็นหมาได้ในตอนนี้ หูบ้าๆข้างนี้เป็นหูข้างขวา ติดเชื้อไวรัสตอนเด็ก ทำให้ไม่ได้ยินไปช่วงหนึ่ง แต่พอมันกลับมาได้ยินเหมือนเดิมมันก็เลยทำงานชดเชย ไอ้บ้าเอ๊ย! เสียงที่แกรับมาให้ฉันสัมผัสหนะ ฉันไม่อยากได้ยินด้วยสักหน่อย แล้วบางทีก็มั่วอีกต่างหาก

อีกละ กระซิบกระซาบอยู่ได้ กำลังกลัวๆอยู่เลยเนี่ย ไม่ใช่บ้านเราด้วย หนำซ้ำยังไม่ใช่กรุงเทพฯ เป็นต่างจังหวัดอีกต่างหาก แย่จริงๆเชียว ฉันทิ้งก้านสำลีลงถังขยะ แล้วหันมาสนใจกับรายการโทรทัศน์ที่เพื่อนๆกำลังดูอยู่ เออ...จะคิดมากไปทำไมวะ เพื่อนๆก็อยู่กับเยอะแยะ ถ้าผีมันหลอกก็ให้มันรู้ไป จากที่ฟังมันมีสอง แต่ฉันมีสี่นะโว้ย!! สองต่อหนึ่ง เป็นไงเป็นกัน

เพื่อนมองหน้าฉันแล้วถามว่าแคะหูเสร็จหรือยังจะได้ช่วยกันเลื่อนเตียงเดี่ยวสองเตียงให้กลายเป็นฟูกสี่อัน เราเริ่มเลื่อนเตียงกัน อย่างแรกเราต้องเลื่อนโต๊ะตรงกลางที่เป็นที่วางโทรศัพท์ออกไปก่อน มันเป็นโต๊ะเบา ฉันเป็นคนเลื่อนมันออก เอ๋...ใต้โต๊ะมีถุงพลาสติกอยู่ ห่อแน่นหนา พวกเราสี่คนยืนมองมันด้วยสายตาแขยง

ถุงอะไรหนะ?

ดูเหมือนว่าการที่เราเจออะไรแปลกๆใต้เตียงกับโต๊ะในโรงแรมจะเป็นสูตรผีที่มีอยู่เกลื่อนกลาด ทั้งรู้สึกผวาและรู้สึกหน่ายกับความไร้สาระในเวลาเดียวกัน แต่ความผวา...แม้มีเพียงน้อยนิดก็ทำให้เราได้ยืนมองอยู่อย่างนั้น เพื่อนที่ดูง่วงนอนที่สุดเริ่มหงุดหงิด

เราจัดการเอง

แม่คุณจับมันเต็มไม้เต็มมือแล้วเหวี่ยงลงข้างถังขยะดังตึง เพื่อนๆร้องเสียงหลง ฉันยืนตัวแข็งทื่อ...ฉันมั่นใจว่าฉันได้ยินเสียงฮือๆจากถุงลึกลับใบนั้น แต่ฉันก็ปลอบตัวเองว่า บางทีที่ฉันกลัวอะไรมากๆ หูขาดๆเกินๆของฉันก็จะทำงานเกินจริงอยู่แล้ว เหมือนมันเป็นเสียงความคิดของฉันมากกว่า หนนี้ก็คงเหมือนกัน ฉันภาวนาในใจลึกๆ

เราเลื่อนเตียงกันเสร็จ แม่คุณตัวดีก็นอนแหมะเหมือนเกิดมาเพื่อนอนจริงๆ หลับไปเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้อีกสามชีวิตมองตากันปริบๆ พูดกระซิบกระซาบปลุกความกลัวกันเอง

แกว่ามันเป็นถุงอะไรวะ

นั่นดิ

เป็นยาเสพติดที่พ่อค้ายาทิ้งไว้?

เป็นหลักฐานการฆาตกรรม?

เราคุยกันไปกันมา แม่คุณตัวดีที่หลับๆอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นมา ร้องโหยหวน เล่นเอาทุกคนหายใจสะดุด

ไอ้พวกบ้า คนจะหลับจะนอน คุยอะไรกันเนี่ย?

แหะ แหะ เรื่อง... หนึ่งในพวกเราพยักเพยิดไปยังถุงที่ถูกใครบางคนเขวี้ยงไปไว้ข้างถังขยะ

เรื่องว่าข้างในเป็นอะไรหนะเหรอ?

ใช่

แม่คุณเริ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ถูมือไปมา

แกะ แกะ แกะ

ไม่เอา! พวกเราร้องพร้อมๆกัน

เออ ก็ดี จะได้ไม่ต้องแกะ ฉันก็ไม่อยากให้มือไปจับอะไรก็ไม่รู้ งั้นนอนกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานอีกแล้ว เฮ้อ! น่าเบื่อจริงๆ

เรามองหน้ากัน เออ จริงด้วย จะกลัวอะไรไปทำไมวะ จากนั้นเราก็หลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

<ไง>

ฉันหรี่ตาขึ้น เพื่อนๆหลับหมดแล้ว ไม่เห็นมีคนมาเรียกฉันเลย ไอ้หูบ้า คนจะหลับจะนอน ฉันพริ้มตาลงกะว่าจะนอนต่อ ทันใดนั้นเหมือนทั้งห้องถูกเขย่า ฉันกลัวแทบจะร้องกรี๊ดออกมา

ฮ้า!

ฉันผุดลุกขึ้นนั่งกวาดตามองไปรอบๆ ในห้องไม่มีใครอีกเลยนอกจากตัวฉัน

อีกสามคนไปไหน?

เหงื่อหลั่งไหลพรั่งพรูเหมือนอาบน้ำฝักบัว

ไฟในห้องกลายเป็นสีฟ้า มีใครบางคนกำลังร้องเพลงอยู่ เสียงสั่นหวั่นราวกับอยู่ในน้ำ ฉันลืมตากว้าง รู้สึกแปลก กลัวก็ไม่ใช่ ตื่นเต้นก็ไม่เชิง ที่แน่ๆถึงแม้จะเป็นเสียงที่ไม่น่ารื่นรมย์นัก แต่ก็พอใช้ ถึงแม้เจ้าของเสียงจะไม่ใช่คนก็ตามที

แน่ละฉันสัมผัสได้ เสียงแบบนี้เป็นเสียงที่มีอยู่ประจำในทุกสถานที่อยู่แล้ว ฉันเคยจัดลำดับความถี่ที่ได้ยินบ่อยที่สุด เสียงนี้ได้ยินบ่อยเป็นอันดับสามแสดงว่าไม่ใช่สิ่งลึกลับที่ซับซ้อนจนเกินไป ดังนั้นจึงไม่น่ากลัวเกินไป

ฉันเดินตามต้นเสียงเข้าไปในห้องน้ำด้วยใจอันปกติไม่หวั่นไหว แน่นอน ต้องอยู่ในห้องน้ำเท่านั้น (เหอ เหอ ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว คนเขียนจะกล้าเข้าไปแปรงฟันก่อนนอนไหมนะ?) ในห้องน้ำว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ ฉันถอนใจยาว เสียงมาจากฝักบัว บางทีน้ำถูกกักไว้ข้างใน เลยมีเสียงโอดครวญ ฉันเปิดผักบัว ร่างบางปรากฏให้เห็นตามกระแสสายของน้ำที่ไหลเป็นเส้นๆ เป็นผู้หญิง? ผิวเป็นเกล็ด...นางเงือก?

ไง ฉันกล่าว

ฉันเคยได้ยินมาบ้างว่าบางทีก็เป็นนางเงือกตามท่อน้ำ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นจริงขึ้นมา

ที่นี่เกิดอะไรขึ้น ฉันถาม นางเงือกหัวเราะระรื่น

<มันสายไปแล้วหละ เธอไม่อาจจะดึงเวลาให้ย้อนกลับมาได้>

เอ๋? ฉันไม่เข้าใจ

<ฉันเฝ้ามองมาแปดครั้งแล้ว> นางเงือกหัวเราะระรื่น <ไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาก่อนทุกคนฆ่ากันเอง ฉันดูจนเบื่อ แต่ดูทีไรก็สนุกทุกครั้ง เธอจะได้เล่นบทไหน ฉันก็ยังนึกไม่ออก>

ฉันขมวดคิ้ว ก่อนพูดอย่างช้าๆ

แต่อย่างน้อยที่สุด ไม่น่าจะมีใครรู้ตัวก่อน

<เธอเป็นคนหลงตัวเอง> ร่างเงาใต้ฝักบัวยิ้ม <ใช่ ความสามารถของเธอไม่เป็นที่กังขา เธอมีหูที่มากกว่าคนอื่นหนึ่งข้าง มีตาที่มากกว่าคนอื่นหนึ่งคู่ ถูกต้อง ไม่เคยมีใครรู้ตัวมาก่อน ยกเว้นเธอ แต่เธอเองก็โง่ เหยื่อรายก่อนพยายามจะสื่อสารกับเธอ แต่เธอกลับไม่รู้ตัว...จนมันสายเกินไป>

ทันใดนั้นมีเสียงดังครืน นางเงือกผงะ ใบหน้าซีดเผือดก่อนหายวับไป ฉันกลืนน้ำลายลงคอ น้ำจากฝักบัวกลายเป็นสีแดง สีแดงดูน่ากลัวมากขึ้นเมื่อเป็นสีโทนร้อนเพียงสีเดียวในห้องที่เป็นสีฟ้าเช่นนี้ มันดูเข้มข้น หนืดเหนียว ราวกับเป็นของจริง...เลือด!!

ฉันผงะถอยหลัง น้ำสีแดงสดสาดใส่ร่างของฉัน แดงฉาน ฉันหรี่ตามองรอบๆ เห็นร่างอาบเลือดอยู่ในอ่างอาบน้ำ ฉันหรี่ตามอง ใช่ ฉันรู้ว่านั่นเป็นคนตาย...ภาพสยดสยอง แต่ฉันควรจะชินชาแล้วมิใช่หรือ?

คุณเคยไหมเวลาดึกดื่นคืนค่ำ คุณเกิดอาการหลอนจนไม่กล้าส่องกระจก คุณหวั่นกลัวภาพเงามายาของตัวเองมากกว่าใครบางคนในซอกหลืบเงามืดรอบตัว แน่ละคุณกลัวว่าใบหน้าของคุณจะกลายเป็นของคนอื่น...

ฉันชะงักกึก ร่างในอ่างอาบน้ำนั่นเป็นฉันเอง ใบหน้าเป็นฉัน หากบวมพองจนน่าสะอิดสะเอียน ฉันผงะ...กลัวยิ่งกว่าเจอผี ศพนั่นลืมตาโพลง เราสองสบตากันชั่ววูบก่อนตระหนักได้ว่านั่นไม่ใช่มันเป็นบางอย่าง...ฉันรับรู้ได้ประสบการณ์ที่มีมายาวนานแล้วต่อเนื่อง และตัวมันเองก็เริ่มรู้สึก ร่างเน่าๆขยับขึ้นจากอ่างน้ำ ฉันเหลือบมองไปด้านหลัง ประตูหายไปแล้ว เหลืออยู่ทางเดียวที่หนีออกไป...

ฉันกระโจนขึ้นบนอ่างล้างมือ เปิดน้ำก่อนใช้มือแตะน้ำ ร่างพลันละลายไหลไปกับสายน้ำ

...

ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่ามันเป็นความอุบาทว์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีหลายโจทก์หลายจำเลย อา...แล้วเพื่อนๆของฉันหละ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้...แล้วตัวฉันเองหละ

ฉันยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?

ฉันไหลไปตามกระแสน้ำ พบนางเงือกตนเดิม หล่อนยิ้มแสยะจนเห็นเขี้ยวคม

<รู้สึกว่าหนนี้คุณได้บทที่ดีที่สุดนะ>

บทไหน? ฉันขมวดคิ้ว

<บทที่มักจะเหลือเป็นคนสุดท้าย>

แต่ฉันไม่ได้ทำนะ

<ใช่ ฉันรู้...ก็เพราะเธออยู่ที่นี่...กับฉัน>

หล่อนแยกเขี้ยวคมเข้าหา มือฉันบีบกรามหล่อนเอาไว้

ไม่เอาน่า ฉันหัวเราะ บอกทางให้ฉันออกไปจากที่นี่ไม่ดีกว่า? หรือเธออยากจะดูเรื่องเลือดสาดนี้ต่อไป

<เธอทำอะไรไม่ได้หรอก>

อาจจะ แต่ไม่ใช่หนนี้ ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าร่างของตัวเองเต็มไปด้วยเลือด

<นั่นต้องมีของแลกเปลี่ยน> นางเงือกกรีดนิ้วที่แหลมคมของตัวเอง <เธอต้องปล่อยฉันให้เป็นอิสระ>

หือ?

น้ำพุ่งทะลักไหลออกจากฝักบัว ฉันพบว่าตัวเองนั่งอยู่ในห้องน้ำ ทั้งร่างเปียกจนชุ่มโชก ฉันมองรอบกาย อ่างน้ำยังว่างเปล่า ฉันหันขวับไปยังประตู มันเปิดค้างอยู่เหมือนตอนที่ฉันเดินเข้ามาครั้งแรก ฉันผลุนผลันวิ่งออกไป ในความมืดของห้องฉันไม่เห็นอะไร เอื้อมมือจะไปเปิดไฟ พบว่าที่สวิตช์ไฟมีมือใครอยู่ก่อนแล้ว

เรากดเปิดพร้อมกัน

อ้าว ฉันรู้สึกโล่งอก แม่คุณตัวดีที่โวยวายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำนี่เอง ไหนบอกว่าจะนอนก่อนเพื่อน ทำไมตื่นซะหละ

ฉันฝันร้าย นอนไม่หลับ

ว่าแต่เปิดไฟอย่างนี้ เพื่อนๆไม่ว่าเอาเหรอ

ไม่มีใครอยู่ สงสัยหนีไปเที่ยว

ใบหน้าของฉันซีดลงทันที เจ้าเพื่อนสองคนนี้มันไม่ใช่เด็กเที่ยว มันจะออกไปที่ไหน ต่อให้เป็นกรุงเทพก็ยังไม่มีที่ให้ไป ตอนนี้ตีสองแล้วนะ ฉันเดินเร็วๆเข้ามาตรงส่วนทีเป็นเตียงนอน ตากวาดหาถุงข้างถังขยะที่เพื่อนเขวี้ยงออกไป ฉันลงมือแกะอย่างไม่ลังเล

เกิดอะไรขึ้น เซ้นส์ของแกทำงานแล้วหรือ? หน้าของเพื่อนก็เริ่มซีด เพราะรู้ว่าถ้าเซ้นส์ทำงาน แสดงว่าต้องมีสิ่งที่มากระตุ้น อย่าล้อเล่นน่า

แกฝันว่าไง ฉันถามเสียงห้วน

ฉันฝันว่ามีคนมา...ฮ้า กรี๊ด!! ยัยตัวแสบร้องลั่นอย่างเสียสติ ก่อนกระเถิบไปข้างหลัง นั่น...นั่น...หัว!!

ในถุงมีหัวสองหัว น่าแปลกว่าหัวคนไม่ใช่เบาๆ ทำไมตอนแรกที่ถูกเพื่อนเหวี่ยงออกไปมันถึงดูเบาได้ขนาดนั้น มือของฉันสั่นระริก

หัว...หัว...นั่นเป็นของใคร หล่อนพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว หล่อนดูไม่ออกว่าเป็นหัวใคร เพราะมันถูกทำให้เละจนดูไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เพื่อนเราหายไปสองคน

ฉันเกิดความรู้สึกแปลกๆ เราสองคนสบตากัน นัยน์ตาของเพื่อนแดงฉาน ประกายตาแตกซ่านเหมือนใกล้เสียสติ

แก...ไอ้ฆาตกร หล่อนร้องขึ้น กระโจนเข้าไปบีบคอฉัน เราสองคนดิ้นขลุกขลักกันบนเตียง

ไม่ใช่ฉัน ฉันร้องขึ้น

แก... หล่อนคำรามก่อนชะงักกึก อ้าปากค้าง ไม่มีเสียงใดใดเล็ดลอดออกมา คนบางคนเดินออกมาจากห้องน้ำ หล่อนหันหน้ามายังฉันคน...คน...ไหน ตัวจริง หล่อนกระเถิบห่างจากตัวฉัน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนถาม เบอร์โทรศัพท์บ้านฉันเบอร์อะไร?

ฉันลุกขึ้นมาไอถี่ๆจากการโดนบีบคอ ฝืนพูด

02-4584319 เพื่อความสบายใจ ฉันจะบอกว่าของโปรดของแกคือราเม็งหน้าสาหร่าย โอเคปะ

อืมม์ หล่อนหรี่ตาลง ไอ้บ้าเอ๊ย หล่อนกระโดดถีบร่างที่เพิ่งโผล่ออกมาจากห้องน้ำก่อนกระทิบซ้ำ แม่ง ทำตกใจหมดเฮ้ย อย่ามัวแต่ตื่นตะลึง เผ่นสิวะ

หล่อนดึงมือฉันวิ่งออกไป

................................................................................................................

ฮ้า! เราสองสะดุ้งตื่น ก่อนลุกขึ้นมองหน้ากัน ทุกอย่างในห้องยุ่งเหยิงจนไม่เหลือชิ้นดี ตามผนังเต็มไปด้วยคราบเลือด ฉันร้องขึ้น

ทำไมกลับมาตรงนี้หละนี่?

ทำอย่างไรดี ฉันเริ่มโวยวายเสียสติ ก่อนได้ยินเสียงเรียบๆของคนข้างๆ

เมื่อเล่นกับใครคนหนึ่งไม่สำเร็จ ก็ต้องใช้อีกคน...ถูกไหม?

ฉันจำความรู้สึกแบบนี้ได้ ความรู้สึกตอนที่อยู่ในห้องน้ำกับศพที่หน้าตาเหมือนฉัน

แก...

ฉันลุกพรวดขึ้น มือคว้าลูกบิดกระตู เปิดออกก่อนพบว่าทางเดินภายนอกเต็มไปด้วยน้ำสีแดงที่เจิ่งนอง ฉันถลาเข้าไปในห้องน้ำ ฉันรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งความจริง ฉันต้องหนีจากที่นี่ออกไปให้ได้ มือเปิดน้ำจากทุกก๊อกให้หลั่งไหล นางเงือกปรากฎร่างขึ้นห้องทั้งห้องกลายเป็นสีฟ้า ฉันกล่าวเบาๆ

ขอปล่อยเธอให้เป็นเป็นอิสระ

นางเงือกหัวเราะร่า กระซิบข้างหู

<เธออาจจะเป็นคนแรกที่หนีไปก็ได้นะ>

ถ้าฉันรอดกลับไป เราจะมาถกกับเรื่องนี้ทีหลัง...เห็นเพื่อนฉันไหม?

<แน่ละ เกาะหางฉันแน่นเลย>

นางเงือกพุ่งตัวออกจากฝักบัวก่อนพุ่งลงไปในน้ำที่กำลังไหลลงท่อ เพื่อนของฉันนั่งมองฉันอย่างงงๆ ฉันคว้าของมือเพื่อนเราพุ่งตัวลงในไปน้ำ หนนี้ไม่มีทางนางเงือก แต่ฉันจำวิธีที่จะออกไปได้

ร่างของเราสองคนพุ่งโผล่ออกจากฝักบัว หัวใจเต้นระรัวแรงราวกับจะระเบิด เราไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นความฝันที่บังเอิญฝันเหมือนกัน หรือเป็นความจริงกันแน่ ทันใดนั้นประตูห้องน้ำก็เปิดออก เราสองคนกอดกันกลมดิก ก่อนพบว่า...

เฮ้ย เข้าไปทำอะไรในนั้นหนะ

พวกแกหายไปไหนมาวะ

เซเว่นเว้ย พอดีว่าหิวกลางดึก มา...มา...กินเกี๊ยวกุ้งกัน

เราเปลี่ยนห้อง ยืนกรานหนักแน่นว่าอยู่ห้องนี้ต่อไปไม่ได้ ยืนกรานจนเหมือนคนเสียสติ คนผ่านไปผ่านมามองเป็นตาเดียว จนโรงแรมต้องยอมให้เปลี่ยน หนนี้เรานอนหลับเป็นตาย แล้วตื่นขึ้นมาตอนเช้า ฉันเดินเข้าห้องน้ำก่อนพบถุงใบใหญ่อีกใบหนึ่งอยู่ใต้อ่างล้างหน้า

เพื่อนอีกสองคนลุ้นให้แกะ เพราะตอนนี้เป็นตอนเช้า ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว

ไม่เอาแล้ว เราสองคนพูดพร้อมกัน ไอ้ถุงห่าๆ แม่งหลอนฉิบหาย

อุทิศให้ถุงในโรงแรมที่ร้อยเอ็ดที่เจอ ตอนเดือนเมษายน 2547

Netara~

25.2.2549



edit @ 2006/05/03 02:11:28
edit @ 2006/05/03 02:12:56